หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คณะปฏิรูป สพฐ.: กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

คณะปฏิรูป สพฐ.: กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
พิทักษ์ โสตถยาคม
17 พ.ย. 2557

ผมได้รับการประสานจากทีมของผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ให้ช่วยนำ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ผ่านการพิจารณาของ กพฐ. และเลขาธิการ กพฐ. ไปให้ประธาน กพฐ. (ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์) ลงนาม เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2557 ซึ่งประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ อาจารย์สุรัฐ ศิลปอนันต์ และมี ผอ.สนผ.เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ 

สำหรับเรื่องการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้ ผมได้ฟังท่านเลขาธิการ กพฐ. (ดร.กมล รอดคล้าย) กล่าวในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ภายหลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ประมาณ 2 เดือน (เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557) ว่า สพฐ.จะเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา ใช้โอกาสนี้ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน และจะเรียนเชิญ ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์ ประธาน กพฐ. มาเป็นประธานอำนวยการปฏิรูปของ สพฐ. ผมเข้าใจว่า จากจุดนี้เอง สพฐ.จึงได้เสนอ กพฐ.ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดนี้ขึ้นมีหน้าที่หลักคือ เสนอรูปแบบ กระบวนการ และแนวทางปฏิรูปการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหวังให้เป็นกลไกสำคัญของการปฏิรูปจากภายในของ สพฐ.และการศึกษาขั้นพื้นฐาน

คณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย บุคคลจาก 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. จำนวน13 คน ได้แก่ เลขาธิการ กพฐ. รองเลขาธิการ กพฐ.ทุกคน ที่ปรึกษา ผอ.สำนัก และผู้เชี่ยวชาญ สพฐ  กลุ่มที่สองเป็นคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) จำนวน 10 คน อาทิ นายมีชัย วีระไวทยะ นายอาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ กลุ่มที่สามเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก อาทิ รศ.ประภาภัทร นิยม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ดร.พิษณุ ตุลสุข รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย นอกจากนั้นยังมีผู้ช่วยเลขานุการอีก 7 คน ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนั้นด้วยครับ

 ภาพในบรรทัด 1

ภาพในบรรทัด 2


ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ผมได้มีโอกาสคุยกับประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์) ช่วงที่ถือคำสั่งไปให้ท่านลงนาม ท่านได้เล่าให้ฟังถึงเป้าหมายเจตนา กระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการ และฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ ดังนี้
1. ระดมความคิดระดับสำนักงาน โดยเชิญชวนผู้บริหารระดับสูง ที่ปรึกษา สพฐ. ผอ.สำนัก และผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. มาประชุมเพื่อร่วมกันระดมความคิดเพื่อตอบคำถาม ที่จะตั้งคำถามล่วงหน้าให้ผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมได้เตรียมคิดมาก่อน อย่างน้อย 2 คำถาม คือ
1) หลักการปฏิรูปคืออะไร
2) ประสบการณ์หรือบทเรียนของการปฏิรูปที่แต่ละคนได้เรียนรู้มามีอะไรบ้าง ทั้งจากการปฏิบัติ การศึกษาดูงาน หรือการศึกษาค้นคว้า ใน 2 ประเด็นคือ
2.1.1) มีอะไรดีๆ ที่จะใช้ในการปฏิรูปให้สำเร็จ ทั้งที่ สพฐ.ทำเอง และที่ได้รับรู้จากที่คนอื่นทำ เพื่อเก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้พิจารณาในการปฏิรูปครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด
2.1.2) มีอะไรที่เป็นอุปสรรคปัญหาและปั่นทอนการปฏิรูปที่ผ่านมาบ้าง
2. ประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานครั้งแรก โดยจะมี 2 วาระสำคัญ ได้แก่ (1) การพูดคุยเกี่ยวกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการชุดนี้ และ(2) การระดมความคิดในระดับกรรมการ ลักษณะการทำงานของคณะอนุกรรมการจะเป็นแบบร่วมคิดร่วมทำ แต่ผู้รับผิดชอบหลัก (เจ้าภาพหลัก) ต้องเป็นคนของ สพฐ.ที่จะจริงจังและผลักดันการดำเนินการต่างๆ  ผลผลิตสุดท้ายจะนำไปสู่ 2 ส่วน ประกอบด้วย
2.1 การยกร่างการปฏิรูปการศึกษาของ สพฐ. ซึ่งจะประกอบด้วย การออกแบบการดำเนินการ รูปแบบ วิธีการทำงาน กระบวนการ/ ขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ
2.2 การสร้างแผนยุทธศาสตร์ ที่เป็นเสมือนร่มขนาดใหญ่ที่คลุมการปฏิบัติของสำนักงานในส่วนกลาง สำนักงานเขต และโรงเรียน ซึ่งเป็นดั่งแผนปฏิรูปการศึกษาหลัก ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและยึดถือนำไปปฏิบัติว่า จะขับเคลื่อนการดำเนินงานอะไร อย่างไร หรืออาจออกมาเป็นโครงการใหญ่ เช่น โครงการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน    
3. ระดมความคิดบุคลากรจากสำนักงานเขตและโรงเรียน เป็นการนำร่างการปฏิรูปการศึกษาของ สพฐ.ไปให้คนของเขตและโรงเรียนได้เสริมเติมเต็ม เป็นการดึงการมีส่วนร่วม และให้ทุกส่วนของ สพฐ.ได้ตระหนักถึงสิ่งที่เราจะคิดและจะทำการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกันนับต่อจากนี้ ซึ่งการจัดระดมความคิดนี้อาจจัดขึ้น 1 ครั้ง แต่ให้มีตัวแทนมาจากทุกกลุ่มของ สพฐ. เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็จะนำไปสู่การยกร่างกระบวนการและขั้นตอน เป็นแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปของ สพฐ.
4. สัมมนาใหญ่ระดับชาติ เพื่อนำเสนอแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปของ สพฐ. ซึ่งจะนำโดยเลขาธิการ กพฐ. เป็นการรับฟังความคิดความเห็นจากผู้รู้จากภายนอก และเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการจัดการศึกษามาร่วมเสริมเติมเต็มแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปของ สพฐ. นับว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนในวงกว้างได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานของ สพฐ.ด้วย
5. ดำเนินงานโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ อาจเรียกชื่อว่า โครงการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ โครงการโรงเรียนในอนาคต (School of Future) ที่จะเป็นโรงเรียนเพื่อเด็กในอนาคต อาจใช้กรอบ 21st Century Skills ที่มีความชัดเจนในด้านเนื้อหาสาระและระบบสนับสนุนที่ควรพิจารณาดำเนินการ 

ซึ่งการทำงานของคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเดินหน้าไป พร้อมๆ กับการปฏิรูปประเทศในด้านอื่นๆ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาอยู่ในความสนใจและหลายหน่วยงานคิดและทำด้วยเจตนาดีอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็ต้องส่งข้อเสนอให้ผู้มีอำนาจมาช่วยเปลี่ยนแปลงกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. แต่การที่ สพฐ.ตระหนักเห็นประโยชน์ของการปฏิรูป และเข้าร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายในด้วยตนเอง น่าจะช่วยให้การปฏิรูปการศึกษาเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วกว่าเดิม
---------------------------------